วันพฤหัสบดีที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ประวัติส่วนตัว

ประวัติส่วนตัว


น.ส.สุธาพร  ชาวอบทม

เลขที่ 38  ชั้น  ม.4/1

 โรงเรียนสงวนหญิงจังหวัดสุพรรณบุรี

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัะยมศึกษาเขต9

นาฬิกา casio

บริษัท คาสิโอ คอมพิวเตอร์ จำกัด (ญี่ปุ่นカシオ計算機株式会社 Kashio Keisanki Kabushiki-gaisha ?) เป็นบริษัทที่ผลิตเครื่องมือและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของญี่ปุ่น สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่กรุงโตเกียว ก่อตั้งขึ้นเมื่อ ค.ศ. 1946 คาสิโอมีชื่อเสียงในด้านการผลิตเครื่องคิดเลข เครื่องเสียงพีดีเอ กล้องถ่ายรูป เครื่องดนตรี และนาฬิกาข้อมือ เมื่อปี ค.ศ. 1957 คาสิโอเป็นรายแรกของโลกที่ผลิตและจำหน่ายเครื่องคิดเลขไฟฟ้าขนาดกะทัดรัด

ประวัติ

คาสิโอก่อตั้งขึ้นในเดือนเมษายน ค.ศ. 1946 โดย คะชิโอะ ทะดะโอะ (ญี่ปุ่น樫尾 忠雄 Kashio Tadao ) วิศวกรผู้เชี่ยวชาญในสาขาเทคโนโลยีสิ่งทอ ผลิตภัณฑ์หลักชิ้นแรกของคะชิโอะคือ แหวนที่ใช้สำหรับจับบุหรี่ เรียกว่า ยุบิวะไพป์ ซึ่งทำให้ผู้สวมสามารถสูบบุหรี่ได้หมดทั้งมวนโดยที่ไม่ต้องถือเอง เนื่องจากประเทศญี่ปุ่นในขณะนั้นได้เข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่สอง บุหรี่จึงเป็นของที่มีค่า สิ่งประดิษฐ์ของคะชิโอะจึงประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง
หลังจากที่คะชิโอะและน้องชายของเขาได้พบเห็นเครื่องคิดเลขที่ทำงานด้วยไฟฟ้าในงาน Business Show ครั้งที่หนึ่งที่กินซะ โตเกียว ในปี ค.ศ. 1949 พวกเขาเล็งเห็นถึงโอกาสเพิ่มรายได้อื่นนอกจากการขายยุบิวะไพป์ โดยการสร้างเครื่องคิดเลขของพวกเขาขึ้นมาเอง เครื่องคิดเลขส่วนใหญ่ในสมัยนั้นทำงานด้วยเฟือง และใช้งานด้วยการหมุนด้วยมือหรือมอเตอร์ คะชิโอะผู้ซึ่งมีความรู้ทางด้านอิเล็กทรอนิกส์มาบ้าง จึงเริ่มประดิษฐ์เครื่องคิดเลขโดยใช้ขดลวดโซเลนอยด์ เครื่องคิดเลขขนาดเท่าโต๊ะหนังสือจึงสร้างสำเร็จในปี ค.ศ. 1954 นับเป็นเครื่องคิดเลขที่ทำงานด้วยเครื่องจักรกลผสมกับไฟฟ้าเครื่องแรกของญี่ปุ่น นวัตกรรมที่สำคัญอย่างหนึ่งในเครื่องคิดเลขของเขาคือ การดัดแปลงแผงปุ่มตัวเลขให้เหลือแค่ 10 ปุ่ม จากเดิมที่มีตัวเลขวางเรียงกันทุกหลัก (เช่นหลักหน่วยก็มี 1-9 หลักสิบก็มี 10-90 หลักร้อยก็มี 100-900 ฯลฯ) และนวัตกรรมอีกอย่างหนึ่งคือการลดหน้าต่างแสดงผลให้เหลือเพียงช่องเดียว เทียบกับเครื่องอื่นๆ ที่มีสามช่อง (ได้แก่ช่องสำหรับตัวตั้งสองตัวและช่องแสดงผลลัพธ์)
ในปี ค.ศ. 1957 คาสิโอได้วางจำหน่ายเครื่องคิดเลขขนาดกะทัดรัดรุ่น 14-A ในราคา 485,000 เยน[1] ซึ่งทำงานด้วยไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวเป็นเครื่องแรกของโลก โดยใช้เทคโนโลยีรีเลย์เป็นพื้นฐาน และในปีเดียวกันนี้ คาสิโอได้ยกระดับขึ้นเป็นบริษัท คาสิโอ คอมพิวเตอร์ จำกัด
ในช่วงคริสต์ทศวรรษที่ 1980 คาสิโอได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างมาก จากการจำหน่ายเครื่องมือเครื่องใช้อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องดนตรีคีย์บอร์ดไฟฟ้า

นาฬิกา g-shock

จี-ช็อค (อังกฤษG-Shock) เป็นยี่ห้อของนาฬิกาที่ผลิตโดยคาสิโอ ซึ่งเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายในเรื่องของความทนทานต่อการกระเทือน (เช่น การชนอย่างรุนแรง และ การสั่นสะเทือนอย่างหนัก) ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากแรงสั่นสะเทือนจากแรงโน้มถ่วงของโลก นาฬิการุ่นนี้ถูกออกแบบเพื่อการกีฬา การทหาร และกิจกรรมผจญภัย และเกือบทั้งหมดของทุกรุ่นของ G-Shock จะมีฟังก์ชันของ นาฬิกาจับเวลา นับเวลาถอยหลัง ไฟส่องสว่าง และ กันน้ำได้

ประวัติ

นาฬิกา จี-ช็อค รุ่นแรกถือกำเนิดขึ้นในปี 1983 ซึ่งเป็นรุ่น Casio DW-5000C ถูกออกแบบโดย Kikuo Ibe  ซึ่งเป็นวิศวกรของ Casio ภายในแนวคิดที่ชื่อว่า “Triple 10 “ คิอ แบตเตอรี่ที่สามารถรองรับการใช้งานได้นานถึง 10ปี กันน้ำที่มีระดับแรงกดได้ 10 บาร์ และสามารถทนต่อแรงกระแทกจากการตกจากที่สูงได้ถึง 10 เมตร ซึ่งได้มีการทดสอบการกับนาฬิการต้นแบบทั้ง 200 ตัว โดยการปล่อยจากหลังที่สูง หรือในหน้าต่างเรื่องราวที่สาม โดยการออกแบบฟังก์ชันที่ทนต่อการกระเทือนมีชั้นป้องกันถึง 10 ชั้นในการปกป้องกลไกลของระบบ Quartz ของนาฬิกา ซึ่งองค์ประกอบหลักภายนอกจะเป็นยางยูรีเทนซึ่งเป็นตัวกันกระแทกและป้องกันตัวเรือนนาฬิกาที่เป็นโลหะ สแตนเลส หน้าปัดนาฬิกาที่เป็นกระจก น็อตสแตนเลสที่ขันเค้ากับตัวนาฬิกา และแนวคิดในเรื่อง “Floating Module” ซึ่งเป็นกลไกของระบบ Quartz ในการลอยตัวอย่างอิสระในยูรีเทนโฟม ด้วยปุ่มกดภายนอก และ LCD ที่เชื่อมกับสายเคเบิลที่มีความยื่ดหยุ่น กับปุ่มกดที่ติดกับเรือนนาฬิกาแทนที่จะเป็นที่ตัว Quartz นาฬิกา จี-ช็อค ถูกวางจำหนายในเดือนเมษายน ปี 1983 ซึ่งเป็นการยึดครองตลาดด้านการกีฬาและสันทนาการที่ไม่เคยมีมาก่อนสำหรับนาฬิกาเรื่อนใหญ่ที่มีฟังก์ชันการใช้งานที่เป็นประโยชน์ ในไม่กี่ปีถัดมา Casio ได้มีวางจำหน่ายนาฬิการุ่นใหม่อีกมากมายในทุกๆปี Baby-G เป็นรุ่นที่วางจำหน่ายในปี 1991 ซึ่งความนิยมในนาฬิกา G-Shock เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงศดวรรษที่ 1990 ในปี 1998 นาฬิกา จี-ช็อค 19 ล้านเรือนได้ถูกส่งไปขายทั่วโลก และเป็นที่ต้องการเป็นอย่างมาก เห็นได้จากมีการวางจำหน่ายถึง 200 รุ่นในเวลาเพียงแค่หนึงปี

ปัจจุบัน

ในปี 2012 Casio ได้จำหน่ายรุ่น GB-6900 ซึ่ง จี-ช็อค ที่รวมฺฟังก์ชันการใช้งานบลูทูธ ซึ่ง Casio อ้างว่าแบตเตอรี่ CR2032 เพียงหนึ่งก้อนมีอายุการใช้งานถึงสองปีรุ่น DW-5600C DW-5600E DW-5900 DW-6600 DW-6900 เป็นที่มีคุณสมบัติในการเดินทางท่องอวกาศกับนาซา

นาฬิกา rolex

โรเล็กซ์ (อังกฤษRolex) เป็นเครื่องหมายการค้าของนาฬิการะดับสูงจากประเทศ สวิสเซอร์แลนด์ ที่ได้รับการยกย่องจากหลายสื่อ รวมถึง นิตยสาร บิสซีเนสวีค (Businessweek) จัดอันดับให้นาฬิกา โรเล็กซ์ ติดอันดับ 71 เมื่อปี 2007 จาก 100 แบรนด์ ระดับโลก นอกจากนี้ โรเล็กซ์ ยังเป็นแบรนด์หรูหราที่ใหญ่ที่สุดแบรด์เดียว มีการผลิตประมาณ 2000 เรือนต่อวัน รายได้โดยประมาณทั่วสหรัฐประมาณ 3 พันล้านดอลลาร์

รุ่น

โรเล็กซ์รุ่น ซับมารีนเนอร์ Submariner

โรเล็กซ์รุ่น เอกซ์พอเรอร์(1-2) Rolex Exproler(I-II)

โรเล็กซ์รุ่น จี เอ็ม ที มาสเตอร์(1-2) Rolex GMT Master(I-II)

โรเล็กซ์รุ่น ออยสเตอร์ควอร์ซ Rolex Oysterquartz

โรเล็กซ์รุ่น เดทจัตส์ Rolex Datejust

โรเล็กซ์รุ่น ยอร์ช มาสเตอร์(1-2) Rolex Yacht-Master(I-II)

โรเล็กซ์รุ่น เดโทน่า Rolex Daytona

โรเล็กซ์รุ่น เดท Rolex Date

โรเล็กซ์รุ่น มิลกัส Rolex Milgauss

โรเล็กซ์รุ่น เดทจัตส์ เทริน-โอ-กราฟ Rolex Datejust Turn-O-Graph

โรเล็กซ์รุ่น เลดี้ เดทจัตส์ เพิร์ลมาสเตอร์ Rolex Lady Datejust Pearlmaster

โรเล็กซ์รุ่น ซี ดเวเลอร์ Rolex Sea Dweller

โรเล็กซ์รุ่น เดย์-เดท Rolex Day-Date

โรเล็กซ์รุ่น มาสเตอร์ไพส์ Rolex Masterpiece

10 อันดับนาฬิกาผู้หญิงเทรนด์ สำหรับคนมีสไตล์ในยุคนี้

        ขึ้นชื่อว่าผู้หญิงซะอย่าง อะไร ๆ ก็ต้องสวยดูดีไปเสียหมด ไม่เว้นแม้แต่กระทั่งไอเทมชิ้นเล็ก ๆ อย่าง นาฬิกาข้อมือ ที่นอกจากจะช่วยบอกเวลาไม่ให้ผิดนัดแล้ว ยังกลายเป็นแฟชั่นเก๋ไก๋อีกชิ้นหนึ่งที่หลาย ๆ คนต้องมีหรือใส่ติดตัวไว้ตลอดเวลา แถมยังแอบรู้มาว่ามีสาว ๆ บางคนชื่นชอบถึงขั้นเก็บสะสมไว้เป็นคอลเลคชั่นเลยทีเดียว วันนี้กระปุกดอทคอมจึงขอเอาใจสาวกนาฬิกากันเป็นพิเศษ ด้วยการรวบรวมนาฬิกาข้อมือสุดฮิตที่คุณผู้หญิงชอบใส่มาฝากกัน ว่าแต่จะมีนาฬิกาสวย ๆ แบบไหนบ้าง ไปชมกันเลย


1. CASIO 
        แค่ได้ยินชื่อก็ร้องอ๋อ..กับนาฬิกาเลื่องชื่ออย่างคาสิโอ เพราะมีรูปลักษณ์หน้าตาที่ค่อนข้างเป็นเอกลักษณ์ชัดเจน เน้นความเรียบง่ายและฟังก์ชั่นการใช้งานเป็นหลัก จึงทำให้คาสิโอเป็นนาฬิกาที่ใคร ๆ ก็เลือกใส่ ทั้งยังมีคอลเลคชั่นให้สาว ๆ ได้เลือกกันละลานตา ตั้งแต่น่ารักใส ๆ ไปจนถึงเรียบหรูแบบผู้ใหญ่ ใครชอบแบบไหน จัดไปคนละเรือนเลย

 2.  Baby-G
        น่ารัก สดใสและไฉไลแบบสุด ๆ ต้องยกให้กับ Baby-G เพราะโดดเด่นเตะตากับสายพลาสติกสีสันจี๊ด ๆ ส้ม เขียว ฟ้า ชมพู ดูแอบแบ๊วสดใส จนกลายเป็นนาฬิกาสุดโปรดของเหล่าสปอร์ตเกิร์ลไปโดยปริยาย ทั้งยังมีความทนทานดีเยี่ยมไม่เป็นรองใคร มีให้เลือกหลายสี หลายรุ่นให้เหมาะกับการใช้งานของแต่ละคนอีกด้วย

3. Diesel
ขอบอกว่าไม่ได้มีแต่คอลเลคชั่นนาฬิกาเพื่อผู้ชายแมน ๆ เพียงอย่างเดียวนะจ๊ะ สาวสวยพริ้งส่วนใหญ่เค้าก็มีนาฬิกา Diesel ติดใส่ข้อมือไว้ทั้งนั้น แหม ๆ ก็แต่ละแบบสวยดุ โดนใจสไตล์เท่ ๆ จนต้องรีบสอยมาเก็บไว้ที่บ้านเลยเชียวล่ะ


4. swatch
        นาฬิกาสัญชาติสวิตฯ ที่สวยชิค น่ารักเอาใจสาว ๆ เป็นที่สุด ไม่ต้องพูดถึงดีไซน์ ลวดลายและสีสันบนหน้าปัด เพราะแปลกใหม่ไม่ซ้ำใคร ทั้งลายดอกไม้สวยหวาน ลายการ์ตูน  ประดับคริสตัลสวารอฟกี้ไปจนถึงลายแบบลิมิเต็ดอิดิชั่น แต่ถ้าใครชอบแบบเรียบ ๆ ก็มีให้เลือกได้เช่นกัน


5. FOSSIL
        อีกหนึ่งนาฬิกาแนวสตรีทที่ครองใจสาว ๆ มานับไม่ถ้วน ไม่รู้ว่าเป็นเพราะราคาหรือลวดลายที่เน้นความทันสมัย  แต่ที่แน่ ๆ เค้ามีนาฬิกาแบบสวย ๆ ให้เลือกช้อปมากมาย จะเปรี้ยว หวาน เซอร์ ก็มีไว้รองรับตามความชอบคุณผู้หญิงครบทุกแนว


6. Nixon
        สวยแจ่มด้วยหน้าปัดขนาดใหญ่เบิ้ม ชนิดที่เห็นเด่นมาแต่ไกล ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่มีใครเหมือนของนาฬิกา Nixon ทั้งแบบเหลี่ยม แบบกลมหรือแบบสี ๆ ก็น่าใส่ไปเสียทุกแบบ สาวลุย สาวห้าวเห็นแล้วรับรองว่าปลื้ม


7.  DKNY
        นาฬิกาสุดฮิตจากแดนมะกันที่ฮอตตั้งแต่เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย น้ำหอมไปจนถึงไอเทมชิ้นเล็กบอกเวลา จนทำให้สาวกนาฬิกาไม่พลาดสอยมาใส่เป็นเครื่องประดับแสนสวย โดยเฉพาะแบบสายสร้อยข้อมือ หน้าปัดประดับเพชรหรือสีทองสะดุดตา ก็สวยน่าเก็บสะสมทุกแบบเลยทีเดียว


8.  GUESS
        มีเสน่ห์สวยหรู ดูดีในแบบผู้หญิงสำหรับนาฬิกา GUESS สุดเปรี้ยว เพราะเน้นนาฬิกาแฟชั่นแบบผู้ใหญ่ (แต่ถ้าวัยใสคนไหนชอบ ก็ใส่ได้เหมือนกันนะ) เติมแต่งด้วยลวดลายดอกไม้ สายโซ่ ลายกราฟิก ลายเสือตามเทรนด์และความนิยมในช่วงนั้น ๆ


9.  PLAYBOY
        ถูกยกให้เป็นนาฬิกาข้อมือแสนสวยปนเซ็กซี่ที่เหมาะกับสาวขี้เล่นแบบสุด ๆ  เพราะไม่ว่าหยิบมาใส่เมื่อไหร่หรือในโอกาสใดก็ช่วยเพิ่มระดับความน่ารักขึ้นอีกเพียบ ทั้งยังมีรูปทรงหลากหลายแนว ไม่ว่าจะแนวน่ารักสดใส โก้หรู ก็ไม่ผิดหวังแน่นอน


10. Esprit
        ปิดท้ายด้วยนาฬิกาแนวหรูที่สาว ๆ หลายคนเลิฟ ด้วยดีไซน์ล้ำสมัย ขนาดเล็กพอดีกับข้อมือ แถมยังสวยเหมาะกับผู้หญิงยุคใหม่ เน้นความเรียบง่าย ใส่สบาย ๆ เข้ากับเสื้อผ้าได้ทุกชุด



  ว้าว... ดูไปดูมาก็สวยทุกแบบเลยว่าไหม เห็นแล้วมันคันมือ อยากได้มาประดับข้อมือสักเรือนสองเรือน ถ้าเป็นสาม สี่ ห้าเรือนได้จะยิ่งดี (^^) แล้วเพื่อน ๆ ล่ะคะ มีนาฬิกาข้อมืในดวงใจที่ชอบใส่กันบ้างหรือเปล่า 

10 อันดับนาฬิกาผู้ชายอินเทรนด์ สำหรับคนมีสไตล์ในยุคนี้

 เป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วในปัจจุบันว่า นาฬิกาข้อมือ ที่เราใส่ดูเวลาอยู่ทุกวัน มีบทบาทต่อการใช้ชีวิตมากแค่ไหน เพราะไม่เพียงแต่เป็นเครื่องมือบอกเวลาเท่านั้น ทว่ายังกลายเป็นเครื่องประดับประจำกายของผู้ชายหลาย ๆ คนด้วย เรียกได้ว่าวันไหนไม่ได้ใส่ออกจากบ้าน เป็นต้องรู้สึกแปลก ๆ เหมือนชีวิตมีอะไรบ้างอย่างขาดหายไป นอกจากนี้ นาฬิกาข้อมือยังเป็นเหมือนสิ่งที่บ่งบอกถึงตัวตนของผู้สวมใส่ได้อีกด้วย โดยในวันนี้เราได้คัดสรร 10 อันดับนาฬิกาผู้ชาย ที่น่าสนใจในยุคนี้มาฝากให้หนุ่ม ๆ ได้ทำความรู้จัก เพราะเราเชื่อว่ามีหลายคนที่ยังคิดไม่ออกว่าควรเลือกนาฬิกายี่ห้อไหนดีมาประดับอยู่บนข้อมือของคุณ ถ้างั้นเราไปชมนาฬิกาผู้ชายสุดอินเทรนด์กันเลยดีกว่าครับ
นาฬิกาข้อมือยอดนิยม

   1. Casio G-Shock Rastafarian Collection

          เมื่อพูดถึงนาฬิกาข้อมือสำหรับผู้ชายแล้ว หากไม่พูดถึงแบรนด์ จี-ช็อก เลยก็ยังไง ๆ อยู่ เพราะแต่ละรุ่นแต่ละลายก็มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของมันเอง ซึ่งแฟนคลับของจี-ช็อกหลาย ๆ คนก็น่าจะรู้สึกคล้ายกันอย่างหนึ่งว่า แม้จะเป็นนาฬิกาคอลเลคชั่นเดียวกัน แต่ก็อยากสะสมให้ครบทุกสีไปเลย (ถึงจริง ๆ จะไม่ได้ใส่ครบก็เถอะ) โดยเฉพาะคอลเลคชั่นสีสันเจ็บจี๊ดอย่าง รัสตาฟาเรียน ที่รับรองว่าหากได้ปรากฏอยู่บนข้อมือหนุ่ม ๆ แล้ว เป็นต้องโดดเด่นสะดุดตาสาว ๆ อย่างแน่นอน ยิ่งเป็นรุ่นสีเหลืองเขียวด้วยแล้วนะ เกิดสุด ๆ 

Casio G-Shock

          2. Casio Edifice: EFA-131D-1A1V

          สำหรับหนุ่ม ๆ ที่ชอบนาฬิกาข้อมือที่ดูเนี้ยบ ๆ หน่อย เอาไว้ใส่กับชุดที่ดูเป็นทางการนิดนึง และราคาไม่โหดมาก ก็ต้องเมียงมองลองเปิดใจให้กับให้กับคาสิโอสายพันธุ์ดิจิตอล+อนาล็อกรุ่นนี้ ด้วยหน้าปัดที่ให้ความรู้สึกแข็งแกร่ง ทนทาน ผสานกับสายนาฬิกาสีเงินที่ทำขึ้นจากสเตนเลส ทำให้มันดูเท่และหรูหราภายในเวลาเดียวกัน

Casio Edifice

          3. Fossil: FS4702

          หากคุณเป็นอีกหนึ่งคนที่หลงใหลในความลุ่มลึกผสมความสปอร์ตอยู่ในตัว นาฬืกาข้อมือจากฟอสซิลรุ่นนี้ก็ไม่น่าทำให้ผิดหวัง เพราะเพียงแค่แรกเห็นก็ต้องทึ่งในความลงตัวที่ทางผู้ผลิตจับมาผสมผสานกันอย่างพอเหมาะพอเจาะ ระหว่างตัวเรือนที่ทำจากสเตนเลส สตีล กระจกแบบ Mineral  และสายนาฬิกาทำด้วยซิลิโคนนุ่ม ๆ ซึ่งโดยรวมของตัวมันนั้นฉาบด้วยสีน้ำตาลเข้ม มองดูแล้วให้กลิ่นอายความคลาสสิก ที่มีความร่วมสมัยในเวลาเดียวกัน

FS4702

          4. Diesel: dz4245 

          พูดถึงนาฬิกาจากฟอสซิลกันไปแล้ว ถ้าจะไม่พูดถึงดีเซลก็ยังไงอยู่ เพราะด้วยความที่ทั้งสองแบรนด์มีกลุ่มเป้าหมายคล้าย ๆ กัน โดยคุณผู้ชายที่ชอบนาฬิกาที่มีความสมบุกสมบัน ใส่ผจญภัยตามทริปแอดเวนเจอร์ต่าง ๆ ได้แบบไม่ต้องกลัวเปรอะเปื้อนหรือบุบสลาย ก็คงต้องใช้บริการของดีเซล dz4245 เพราะเพียงแค่แรกเห็นที่สายตาได้สัมผัสกับหน้าปัดที่ใหญ่โต แต่ไม่เทอะทะเกินไป (สำหรับผู้ชาย) ก็ทำให้ใครหลายคนต้องตกหลุมรักในความเท่ของมันอย่างไม่ต้องสงสัย แม้หน้าตาจะดูเรียบง่าย ทว่าความเรียบของมันนี่แหละ ที่ทำให้ dz4245 น่าสนใจยิ่งนัก แล้วเมื่อนำมาประกอบเข้ากับสายหนังสีน้ำตาลไหม้ ก็ยิ่งขับความโดดเด่นออกมาได้อีกเท่าตัวเลยทีเดียว

dz4245   dz4245

          5. Adidas Santiago 

          มาดูกันต่อกับคอลเลคชั่นนาฬิกาข้อมือสไตล์สปอร์ตจากทางอาดิดาส รุ่น ซานติอาโก้ ที่ปล่อยออกมาทีเดียวหลากสีสัน เพื่อให้หนุ่ม ๆ ที่กำลังมองหานาฬิกาทรงสปอร์ตที่มีความเป็นแฟชั่นอยู่ในตัวเลือกหามาใส่กัน โดยคอลเลคชั่นนี้จะเป็นนาฬิกาชนิดเข็มบอกเวลา ตัวเรือนทำจากยางเรซินที่มีความเหนียวหนึบ ทนทาน อีกทั้งยังมีจุดเด่นสำคัญอยู่ที่กลางหน้าปัดนาฬิกาที่มีโลโก้ของอาดิดาสประทับไว้ด้วย

Adidas Santiago

          6. Swatch: Collection Spring-Summer 2013

          หนึ่งในคอลเลคชั่น สปริง-ซัมเมอร์ ปี 2013 จาก สวอตช์ รุ่นนี้ น่าจะฮิตติดลมบนได้ไม่ยาก ด้วยความเรียบง่ายของสายนาฬิกาที่ถูกออกแบบให้มีสีขาวขุ่นแบบน้ำนม ตกแต่งด้วยสีสันเล็ก ๆ น้อย ๆ จากลวดลายบริเวณหน้าปัด ทำให้นาฬิกาข้อมือแบรนด์ขวัญใจวัยรุ่นชิ้นนี้ ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ชายที่ชอบความเรียบง่าย แต่แฝงไปด้วยสิ่งที่ดูน่าค้นหาได้เป็นอย่างดี เหมาะสำหรับสวมใส่เดินเล่นในวันชิล ๆ บรรยากาศสบาย ๆ 

 Collection Spring-Summer 2013   Collection Spring-Summer 2013


          7. Seiko: Barca Sportura Special Edition SNAE75

          คอบอลแฟนพันธุ์แท้ของสโมสรบาร์เซโลนา น่าจะถูกอกถูกใจกับนาฬิกาข้อมือจาก ไซโก รุ่น บาร์ซ่า สปอร์ตทูรา สเปเชี่ยล อิดิชั่น ได้ไม่ยาก นอกจากดีไซน์การออกแบบที่สวยงามเหมาะกับผู้ชายสมัยใหม่แล้ว สิ่งที่ทำให้นาฬิการุ่นนี้พิเศษมากขึ้นก็อยู่ตรงที่ตราสโมสรบาร์เซโลนาที่ประทับอยู่บนหน้าปัดนั่นเอง โดยใช้ระบบการทำงานแบบโครโนกราฟ กันน้ำลึกได้ 100 เมตร งานนี้แฟนบอลเจ้าบุญทุ่มต้องไม่พลาดสอยมาเป็นเจ้าของแน่นอน

 Barca Sportura Special Edition SNAE75   Barca Sportura Special Edition SNAE75

          8. TAG Heuer: Formula 1 Limited Edition

          ไม่มีใครไม่รู้จักนาฬิกาแบรนด์ดังสุดหรูยี่ห้อดังอย่าง แทค ฮอยเออร์ แน่นอน โดยเฉพาะเมื่อเป็นรุ่นลิมิเต็ด อิดิชั่น สำหรับ รถแข่ง ฟอร์มูล่า วัน ด้วยแล้ว ดีกรีความร้อนแรงของมันยิ่งทวีคูณขึ้นอีก โดยทาง แทค ฮอยเออร์ ได้ผลิตนาฬิกาพิเศษนี่ออกมา 2 รุ่น สำหรับผู้ชายและผู้หญิง ซึ่งแบบของผู้ชายทำออกมาได้หน้าดูชมจริง ๆ แตกต่างจากรุ่นอื่น ๆ ของแทคที่เน้นความหรูหราซะเป็นส่วนใหญ่ แต่สำหรับรุ่น ฟอร์มูล่า วัน นั้นจะให้ความรู้สึกทรงพลังมากกว่า เพราะตัวเรือนและสายนาฬิกาตกแต่งด้วยสีดำทั้งหมด

Formula 1 Limited Edition

          9. Marc jacob: Larry Chronograph 46MM
          สำหรับหนุ่ม ๆ ที่กำลังมองหานาฬิกาข้อมือที่ให้ความหรูหรา เหมาะเป็นเครื่องประดับไปด้วยในตัว Larry Chronograph 46MM จาก มาร์ค จาค็อบ น่าจะตอบโจทย์ความต้องการของใครหลายคนได้ไม่มากก็น้อย ด้วยดีไซน์ที่เน้นความเรียบง่าย แต่แฝงไปด้วยความลึกลับน่าค้นหา ตัวเรือนทำด้วยสเตนเลส สตีลสีดำ ตัดกับเข็มและเลขบนหน้าปัดที่จะเรืองแสงในที่มืดได้เป็นอย่างดี

 Larry Chronograph 46MM

           10. Armani Limited Edition: Super Meccanico

          ปิดท้ายกันด้วยนาฬิกาข้อมือจาก อาร์มานี่ ที่รับประกันได้ว่าคุณผู้ชายทั้งที่เป็นแฟนของแบรนด์อาร์มานี่หรือไม่ได้เป็นก็ตาม จะต้องหลงเสน่ห์นาฬิการุ่น ลิมิเต็ด อิดิชั่น รุ่นนี้อย่างไม่ต้องสงสัย เพราะมันช่างดูเท่ ใส่ได้กับหลาย ๆ โอกาส และเสื้อผ้าที่ใส่ ไม่ดูหรูหรือสปอร์ตจนเกินไป หน้าปัดถูกประดับตกแต่งด้วยแซฟไฟร์ คริสตัล ส่วนตัวหน้าปัดรอบนอกก็ใช้สเตนเลส สตีล ที่เกิดจากงานฝีมือของช่างผู้ชำนาญการ ส่วนสายนาฬิกาเลือกใช้ยางสีดำคุณภาพดีมาทำ

Super Meccanico

          เป็นยังไงกันบ้างครับ หลังจากที่ได้ชมนาฬิกาข้อมือสำหรับคุณหนุ่ม ๆ ที่เรานำมาฝากกันวันนี้ บางรุ่นอาจไม่ใช่รุ่นใหม่ล่าสุดในปีนี้ แต่ก็ได้รับความนิยมในหมู่คนรักนาฬิกาอยู่มิใช่น้อย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเลือกใส่รุ่นไหน สิ่งสำคัญที่สุดคือผู้ใช้งานควรเลือกตามสไตล์การแต่งตัว การใช้งาน บุคลิก และเงินในกระเป๋าของตัวเองนะ เพราะการไม่เดินตามกระแสความนิยม ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะดูดีไม่ได้นี่นา จริงไหมครับ?

วันอังคารที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

นาฬิกาโบราณ

นาฬิกาโบราณ

เวลาแต่ละวินาทีที่ผ่านไป ล้วนมีเรื่องราวที่น่าสนใจอยู่ในตัวเอง และสิ่งหนึ่งที่จะช่วยบอกคุณค่า ของเวลาที่ผ่านมาได้ดีก็คือ นาฬิกา
           นาฬิกาที่ปรากฏอยู่บนข้อมือ นาฬิกาตั้งโต๊ะ หรือนาฬิกาแขวนผนัง ย่อมมีหน้าที่โดยตรงในการบอกเวลาที่ถูกต้องแม่นยำ นาฬิกาเป็นสมบัติที่จะเพิ่มมูลค่าได้ก็ต่อเมื่อมีคุณสมบัติที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเรื่องความสวยงามหรือกลไก เพราะเสน่ห์ที่แตกต่างเมื่อวันเวลาผ่านไป จึงเกิดกลุ่มผู้สนใจและสะสมนาฬิกาเป็นจำนวนมาก
           พิพิธภัณฑ์นาฬิกาโบราณ เป็นพิพิธภัณฑ์ที่เกิดจากความรักของ ดิลก มหาดำรงค์กุล ผู้ซึ่งมีความผูกพันกับนาฬิกามาเป็นเวลายาวนาน เริ่มตั้งแต่ประกอบอาชีพเป็นช่างซ่อมนาฬิกาอยู่บนบาทวิถีแถวสามแยก มีเพียงโต๊ะรับซ่อมนาฬิกาเพียงตัวเดียว จนกระทั่งวันนี้เขาสามารถสร้างและขยายเครือข่ายธุรกิจได้ใหญ่โตภายใต้ชื่อ "กลุ่มศรีทองพาณิชย์
 นาฬิกาส่วนใหญ่ไม่มีข้อมูลบอกว่าผลิตเมื่อใด หรือมาจากที่ไหน เนื่องจากบางเรือนได้รับหรือซื้อต่อๆ กันมา การออกแบบจัดวางจึงดูเอาตามความเหมาะสม เรือนไหนที่พอจะมีประวัติอยู่บ้างก็จะมีป้ายเขียนคำอธิบายติดไว้ข้างๆ  เช่น นาฬิกาที่หายากมากในเมืองไทย คือ นาฬิกาหน้าปัดตราประจำพระองค์รัชกาลที่ 5 มีคำบรรยายไว้ว่า
           "ผลิตขึ้นในประเทศอังกฤษ ราว ค.ศ.1885-1905 ประกอบด้วยระบบการเดินและตีบอกเวลา หน้าปัดระบุชื่อ ห้างรัตนมาลา เป็นผู้นำเข้ามาจำหน่าย โดยขอพระบรมราชานุญาตทำตราประจำพระองค์รัชกาลที่ 5 ประทับไว้บนหน้าปัดกระเบื้อง ซึ่งผลิตขึ้นในจำนวนจำกัด นักสะสมมักเรียกว่า "ตราแผ่นดิน" ปัจจุบันหาดูยาก"
           สมัยก่อนนาฬิกาแต่ละเรือนจะไม่มียี่ห้อ คนไทยจึงนิยมตั้งชื่อกันเอาเอง บางชื่อนำมาจากแหล่งที่ซื้อ หรือบางเรือนก็ตั้งตามลักษณะที่โดดเด่น เช่น นาฬิกากระสือ เป็นนาฬิกาแขวนผนัง ด้านล่างมีตุ้มห้อยลงมา ไม่มีกล่องปิดคล้ายกับไส้ของกระสือ ส่วนบนที่เป็นตัวเรือนนาฬิกาจึงเปรียบเป็นหัว เมื่อลูกตุ้มแกว่งไปมาดูคล้ายกับไส้ของกระสือนั่นเอง
           อีกเรือนที่น่าสนใจ คือ นาฬิกาตาเหลือก ชื่อนี้มีที่มาจากตุ้มของนาฬิกาเป็นรูปพระอาทิตย์ เมื่อมีการแกว่งไปมา ตาที่อยู่ตรงพระอาทิตย์ก็จะเหลือกขึ้นลงตามการแกว่งของตุ้ม นาฬิกาบางเรือนมีคุณสมบัติพิเศษที่ผู้ทำได้คิดประดิษฐ์มาเป็นอย่างดี ซึ่งไม่ได้มีแค่ความสวยงามเท่านั้น แต่ยังเป็นประโยชน์แก่ผู้พิการทางสายตาด้วย เช่น นาฬิกาปารีส เป็นนาฬิกาตั้งพื้น ทรงสูงใหญ่ นำมาจากฝรั่งเศส ปี ค.ศ.1928 ผู้พิการทางสายตาจะสามารถทราบเวลาจากนาฬิกาเรือนนี้ โดยจะตีบอกเวลาทุกๆ 15 นาที และตีอีกครั้งเมื่อครบชั่วโมง

      นาฬิกาเลขไทย มีหน้าปัดเป็นกระเบื้อง เขียนเป็นเลขไทยแต่สั่งทำจากต่างประเทศ ชาวต่างชาติให้ความนิยมเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ยังมี นาฬิกาแดด เป็นนาฬิกาโบราณยุคแรก นาฬิกาย่ำรุ่งย่ำค่ำ มีเพียงเรือนเดียวในประเทศไทย และนาฬิกาพกขนาดเล็กเท่าเม็ดกระดุม
 เรียกว่าเกือบทุกชนิดของนาฬิกาโบราณที่มีอยู่ในประเทศ ถูกเก็บสะสมอยู่ในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ แม้แต่นาฬิกาของบุคคลสำคัญระดับประเทศ เช่น นาฬิกาของสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 7 หรือนาฬิกาของประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ฯพณฯ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ก็จัดแสดงไว้ที่นี่เช่นกัน
           ด้วยความรักที่มีต่อนาฬิกา และความตั้งใจที่จะให้ประชาชนทั่วไป ได้รับความรู้เอกลักษณ์เฉพาะของนาฬิกาแต่ละเรือน ดิลกจึงเปิดพิพิธภัณฑ์เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ เขาว่า เมื่อถึงเวลาอันสมควรคงต้องมาพิจารณากันอีกทีว่า นาฬิกาจำนวนเกือบพันเรือนเหล่านี้ อาจจะส่งมอบให้กับพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ หรือเก็บไว้ให้ลูกๆ หลานๆ ได้ช่วยดูแลให้คงคุณค่าต่อไป
           พิพิธภัณฑ์นาฬิกาโบราณเปิดให้เข้าชมฟรี ทุกวันจันทร์-เสาร์ เวลา 9.00-18.00 เว้นวันนักขัตฤกษ์ ซึ่งนอกจากจะเปิดให้เข้าชมแล้ว ที่พิพิธภัณฑ์ยังมีบริการรับซ่อมนาฬิกาทุกชนิด ไม่ว่าจะเก่าหรือใหม่ นาฬิกาข้อมือ หรือนาฬิกาโบราณ เพียงแต่ว่าต้องนำอะไหล่มาให้ครบ เพราะนาฬิกาโบราณบางรุ่นหาอะไหล่มาแทนไม่ได้

นาฬิกาข้อมือ

นาฬิกาข้อมือ


 เป็นนาฬิกาแบบพกพาชนิดหนึ่ง ถือกำเนิดในโลก ในปี ค.ศ. 1806 เนื่องจากพระนาง โยเซฟิน พระมเหสีของพระเจ้านโปเลียนมีความคำนึงถึงนาฬิกา เมื่อพระเจ้านโปเลียนทราบ จึงมีพระบัญชาให้ช่างทำนาฬิกาประดิษฐ์สร้างนาฬิกาแบบผูกข้อมือ ซึ่งเป็นนาฬิกาแบบใหม่ เพื่อมอบให้เป็นของขวัญแก่พระมเหสี นับแต่นั้น นาฬิกาข้อมือจึงเป็นอุปกรณ์บอกเวลาที่ได้รับความนิยม ในบางแห่งกล่าวว่า นาฬิกาข้อมือเรือนแรก ของโลก เกิดจาก พระนางคาโรลีน มูราต์ ราชินีแห่งนครเนเปิลส์ ในขณะนั้น ว่ามีพระบัญชาพิเศษ ให้ช่างผลิตนาฬิกาเบรเกต์ ให้เป็นนาฬิกาที่ใช้คล้องข้อมือเป็นครั้งแรก (ค.ศ. 1810)

ประโยชน์ของนาฬิกา

ประโยชน์ของนาฬิกา

นอกจากจะมีประโยชน์ใช้ในบอกเวลาแล้วยังทำให้เปลี่ยนชีวิตทุกคนจากที่ไม่ตรงต่อเวลาและไม่แน่นอน กลายเป็นผู้ที่ยอมต่อเวลาที่นาฬิกาแสดงขึ้นมา อดีตมนุษย์รู้เวลาจากการคาดเดาเวลาจากพระอาทิตย์และดวงดาว เพื่อคำนวณเวลาคร่าวๆ ต่อการจัดการชีวิตประจำวัน แต่เมื่อนาฬิกาเริ่มแพร่หลายเวลาของมนุษย์จึงค่อยๆ ถูกจัดระเบียบชีวิตประจำวัน เมื่อผู้คนถูกจัดระเบียบเวลา นาฬิกาก็เปลี่ยนเวลาให้กลายเป็นทุน โดยมีเวลาเป็นส่วนสำคัญต่อการวางแผนการทำงาน ที่จะจัดวางแรงงานมนุษย์ตามระยะเวลาที่เหมาะสมเพื่อให้เกิดการทำงานที่มีประสิทธิภาพสูงสุด และนาฬิกาช่วยสร้างระเบียบเกี่ยวกับการติดต่อสื่อสาร เพราะแต่ละท้องถิ่นมีเวลาแตกต่างกัน แต่เมื่อเกิดเวลามาตรฐานกลางเกิดขึ้น ส่งผลให้ผู้คนในแต่ละท้องที่สามารถสื่อสารกันได้ง่ายขึ้น








ประวัติความเป็นมาของนาฬิกา

ประวัติความเป็นมาของนาฬิกา

ในสมัยโบราณมนุษย์ยังไม่มีนาฬิกาใช้ การดำเนินชีวิตขึ้นอยู่กับธรรมชาติ ดวงอาทิตย์จึงเป็นนาฬิกาเรือนแรกที่มนุษย์รู้จัก นักประวัติศาสตร์ชื่อ Herodotus ได้บันทึกไว้ว่า ประมาณ 3,500 ปีก่อน มนุษย์รู้จักใช้ นาฬิกาแดด ซึ่งนับว่าเป็นนาฬิกาเรือนแรกของโลก โดยสามารถอ่านเวลาได้จากเงาที่ตกทอดลงบนขีดเครื่องหมาย
นาฬิกาแดด(Sundial)เป็นเครื่องบอกเวลาและเครื่องมือวัดเวลา
วิธีธรรมชาติแบบหนึ่ง ทีมีใช้มาตั้งแต่สมัยโบราณจนถึงปัจจุบัน
โดยอาศัยการเคลื่อนที่ของดวงอาทิตย์ที่ปรากฎในแต่ละวันเป็นหลัก
สมัยโบราณก่อนที่จะเริ่มมีนาฬิกาจักรกลหรือนาฬิกาอิเล็กทรอนิกส์ ไว้ใช้บอกเวลาเช่นในปัจจุบันมนุษย์ใช้ประโยชน์จากปรากฎการณ์ธรรมชาติ ในการสังเกตการเปลี่ยนแปลงต่างๆจากธรรมชาติเพื่อการกำหนดเวลา
โดยเฉพาะใช้ดวงอาทิตย์เป็นเครื่องชี้บอกเวลาธรรมชาติที่สำคัญที่สุด
เช่นเวลาเช้าดวงอาทิตย์ขึ้น เวลาเที่ยงดวงอาทิตย์อยู่ตรงศีรษะ เวลาเย็นค่ำดวงอาทิตย์ตกลับจากขอบฟ้าส่วนเวลากลางวัน
ในช่วงเวลาอื่นก็อาศัยสังเกตดูจากการทอดเงา
ของวัตถุใดวัตถุหนึ่งที่กำหนดให้เป็นเครื่องบอกเวลาของคนในท้องถิ่นนั้น
ซึ่งอาจไม่มีความเที่ยงตรง แต่ก็ยอมรับได้สมัยนั้นมาใช้กำหนดเวลาด้วยหลักการตามที่กล่าวมา มนุษย์ในระยะแรกจึงได้ประดิษฐ์คิดค้นนาฬิกาแดด (Sundisl)ให้มี
รูปทรงที่เหมาะสมขึ้นมาใช้งานเป็นเครื่องบอกเวลาอย่างง่าย
นาฬิกาแดดคิดค้นขึ้นครั้งแรกเมื่อใดไม่ปรากฎ แต่จากหลักฐานพบว่านาฬิกาแดดพัฒนาขึ้น ในสมัยอียิปต์โบราณหรือราว 2000ปีมาแล้ว นาฬิกาแดดนั้นแสดงเวลาที่อาจคลาดเคลื่อนไป
จากเวลานาฬิกาข้อมือของผู้สังเกต แต่ถ้าได้เข้าใจหลักการของนาฬิกาแดดแล้วนำค่าเวลามาแก้ไข เวลาที่ได้จะมีความถูกต้องพอสมควร ที่เป็นเช่นนี้เพราะนาฬิกาแดดนั้น แสดงเวลาธรรมชาติที่ควรจะเป็น ซึ่งต่างจากเวลาของนาฬิกาข้อมือหรือนาฬิกาทั่วไปที่ใช้อยู่ปัจจุบัน
บอกวัดเวลาหรือแสดงเวลาที่ต้องการให้เป็น หมาายความว่าเวลาที่
แสดงจากนาฬิกาแดดนั้นเป็นเวลาที่เราเรียกว่าเวลาดวงอาทิตย์ ณ ตำบลที่นั้นอยู่เป็นประจำ ไม่ใช่เวลาท้องถิ่นสมมุติ หรือเวลาที่เราต้องการให้เป็น
ต่อมาชาวกรีกโบราณรู้จักพัฒนา นาฬิกาน้ำ ที่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งกว่านาฬิกาแดด เรียกว่า clepsydra ( คำนี้เป็นคำสนธิที่มีรากศัพท์มาจากคำว่า clep ซึ่งแปลว่า ขโมย และคำ sydra ที่แปลว่า น้ำ )
เพราะนาฬิกานี้ทำงานโดยอาศัยหลักที่ว่า " ภาชนะดินเผาที่มีน้ำบรรจุเต็มเวลาถูกเจาะที่ก้นน้ำจะไหลออกจากภาชนะ
ทีละน้อยๆ เหมือนการขโมยน้ำ " ดังนั้นชาวกรีกโบราณจึงได้กำหนดระยะเวลาที่น้ำไหลออกจนหมดภาชนะว่า
1 clepsydra ( สุทัศน์ ยกส้าน. 2544: 159 ) แต่นาฬิกาน้ำนี้ต้องมีการเติมน้ำใหม่ทุกครั้งที่หมดเวลา 1 clepsydra และในฤดูหนาวน้ำจะแข็งตัวทำให้ไม่สามารถใช้นาฬิกาได้ 

ในปี ค.ศ.1929 Warren Morrison ได้ประดิษฐ์ นาฬิกาควอตซ์ ขึ้นเฉพาะที่เป็น นาฬิกาข้อมือ นาฬิกาประเภทนี้เที่ยงตรงมาก และในปี ค.ศ.1980 เป็นช่วงเวลาที่เริ่มนำเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์เข้ามาใช้ มีการประดิษฐ์ นาฬิกาโดยใช้ชิป ( chip ) เป็นส่วนประกอบเพิ่มเติมในกลไกของนาฬิกา ซึ่งนอกจากจะบอกเวลาแล้วยังสามารถเก็บข้อมูลที่จำเป็น และสามารถใช้เป็นเครื่องคำนวณอิเล็กทรอนิกส์ได้ด้วย หลังจากนั้นเทคโนโลยีในด้านการประดิษฐ์นาฬิกาได้ก้าวหน้าเรื่อยมา จนกระทั่งทุกวันนี้เรามี นาฬิกาคอมพิวเตอร์ ใช้กันแล้ว

        สำหรับประเทศไทย คนไทยประดิษฐ์เครื่องบอกเวลาใช้เองเมื่อร้อยปีมาแล้ว คือในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยทรงมีวลีที่กำชับรับสั่งกับข้าราชบริพารผู้ใกล้ชิด มีความว่า " สยามจะอยู่รอด รักษาความเป็นไทไม่เป็นขี้ข้าฝรั่ง จะต้องทำให้คนไทยเชื่อมั่น และต่างชาติเชื่อว่าคนไทยนี้เก่ง " จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เจ้ากรมอุทกศาสตร์ท่านแรกของสยาม ชื่อ Captain Loftus จัดทำ นาฬิกาแดด ไว้ให้เป็นเครื่องกำหนดหมายบอกเวลา แล้วทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประดิษฐานไว้ที่ลานหน้าพระอุโบสถวัดนิเวศน์ธรรมประวัติ บางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยาจนทุกวันนี้

กำเนิดนาฬกา




เดิมทีการบอกเวลาอาศัยปรากฏการณ์จากธรรมชาติ ดังเช่นระยะเวลาหนึ่งวันกำหนดจากการที่โลกหมุนรอบตัวเองครบหนึ่งรอบ โดยสังเกตจากดวงอาทิตย์โผล่ขึ้นจากขอบฟ้าด้านตะวันออก เคลื่อนตัวสูงขึ้นสู่ท้องฟ้าเรื่อยๆ จนเลยลับขอบฟ้าด้านกำเนิดตะวันตก แล้วจึงโผล่ขึ้นมาใหม่ เป็นอันครบรอบนับเวลาได้หนึ่งวัน คนสมัยก่อนจึงรู้เวลาด้วยการสังเกตตำแหน่งต่างๆ ของดวงอาทิตย์บนท้องฟ้า ซึ่งบอกเวลาเช้า สาย เที่ยง บ่าย เย็น ต่อมามนุษย์เริ่มรู้จักประดิษฐ์นาฬิกาขึ้นใช้ เชื่อกันว่านาฬิกาแดดเป็นวิธีจับเวลายุคแรกสุดของโลกแบบหนึ่ง มีใช้มานานกว่า 5,000 ปีแล้วในอียิปต์ เงาของแสงแดดที่ส่องต้องแผ่นโลหะบนหน้าปัด จะเคลื่อนตัวไปอย่างช้าๆ รอบหน้าปัดตัวเลขแต่ละชั่วโมง เวลาจะเปลี่ยนไปตามเงาแดดซึ่งเคลื่อนที่นั้น
นาฬิกาแดดเป็นนาฬิกาที่ใช้บอกเวลารุ่นแรกสุด ชาวสุเมเรียนเป็นชนเผ่าหนึ่งที่ใช้นาฬิกาชนิดนี้ โดยจะแบ่งช่วงเวลาออกเป็น 12 ช่วงในหนึ่งวัน ซึ่งแต่ละช่วงจะกินเวลาประมาณ 2 ชั่วโมง โดยใช้วิธีวัดความยาวแสงเงาเป็นมาตรฐานในการวัดระยะเวลา
ด้านชาวอียิปต์แบ่งเวลาออกเป็น 12 ช่วงเช่นกัน โดยดูเวลาจากเสาหินแกรนิตที่เรียกว่า "Cleopratra Needles" การดูเวลาจะสังเกตจากความยาวและตำแหน่งเงาที่แสงอาทิตย์ตกกระทบบนพื้นทำกับขีดทั้ง 12 ช่วงเวลาที่แบ่งไว้ เพื่อจะได้ดูว่าช่วงกลางวันเหลือเวลาที่เท่าไร
ส่วนชาวโรมันแบ่งเวลาออกเป็นกลางวัน กลางคืน คอยมีเจ้าหน้าที่ประกาศเท่านั้น ขณะที่ชาวกรีกประดิษฐ์นาฬิกาน้ำ โดยใช้ถ้วยเจาะรูจมลงในโอ่ง เรียกว่า "Clepsydra" ดูการจมของถ้วยเทียบระยะเวลา ชาวกรีกใช้นาฬิกาชนิดนี้ในศาล ต่อมาในปี 250 ก่อนค.ศ. นักปราชญ์อาร์คิมิดิส พัฒนานาฬิกาน้ำนี้ขึ้นโดยเพิ่มตัวควบคุมความเร็ว เขาปรับปรุงนาฬิกชนิดนี้เพื่อใช้งานทางดาราศาสตร์
ต่อมาจึงมีการทำนาฬิกาทรายขึ้น ซึ่งมีลักษณะเป็นแก้วเป่าสองชิ้นมีรูแคบๆกั้นกลาง โดยใช้ทรายเป็นตัวบอกเวลา จัดเป็นนาฬิกาแบบแรกที่ไม่อาศัยปัจจัยดินฟ้าอากาศ มักใช้จับเวลาระยะสั้นๆ เช่นการกล่าวสุนทรพจน์ การบูชา การเฝ้ายาม การทำอาหาร เป็นต้น
สำหรับนาฬิกายุคใหม่ พัฒนาขึ้นช่วง ค.ศ.100-1300 ในยุโรปและในจีน คำว่า "" ในภาษาฝรั่งเศสแปลว่าระฆัง อาศัยหลักการแรงดึงดูดก่อให้เกิดน้ำหนักที่จะเคลื่อนคันบังคับ ซึ่งจะทำให้เข็มนาฬิกาเคลื่อนที่ หอนาฬิกาแห่งแรกในโลกติดตั้งที่มหาวิหารสตร๊าสบวร์กในเยอรมนี ปีค.ศ.1352-54 และปัจจุบันยังใช้งานได้อยู่ ต่อมาในปีค.ศ.1577 จึงมีการประดิษฐ์เข็มนาที และในปี 1656 จึงมีการประดิษฐ์ลูกตุ้มที่ใช้ในนาฬิกาทำให้บอกเวลาเที่ยงตรงยิ่งขึ้น ส่วนนาฬิกาพก ประดิษฐ์ขึ้นโดยนายปีเตอร์ เฮนไลน์ ชาวเมืองนูเรมบวร์ก จากนั้นในปีค.ศ.1962 มีการประดิษฐ์นาฬิกาเชิงอะตอมซีเซียม ใช้ในหอดูดาวกรีนิช ประเทศอังกฤษ ซึ่งถือว่าจับเวลาคลาดเคลื่อนน้อยที่สุด